องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วย

องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วย

เมื่อเราทำงานในองค์กรที่ใช่ ได้งานที่ชอบ จะทำให้เรามีความสุขกับการทำงานมากยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าค่าตอบแทนในการทำงานก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หลายคนให้ความสนใจ รวมไปจนถึงบรรยากาศในการทำงานที่จะช่วยสร้างสีสันให้กับชีวิตมากกว่าความหม่นหมอง WorkVenture เว็บไซต์ค้นหางาน ได้เปิดผลสำรวจบริษัทที่คนรุ่นใหม่สนใจทำงานด้วยมากที่สุด วันนี้เราจึงได้นำมาให้ดู 5 อันดับแรก 1. Google ประเทศไทย มีใครบ้างที่ไม่รู้จักกับ Google ผู้ให้บริการข้อมูลจากทั่วทุกมุมโลก ที่เหมือนเป็นคลังข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้ ซึ่งแน่นอนว่าการทำงานกับกูเกิลนั้นจะทำให้คุณได้รับสวัสดิการที่ดี บรรรยากาศในการทำงาน ชื่อเสียงในเรื่องของความสามารถ จึงทำให้มีคนอย่าเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อพัฒนาและยกระดับการทำงานของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น จึงทำให้ Google เป็นอันดับหนึ่งในองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด  2. ปตท. อีกหนึ่งริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย ที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานมานานกว่า 40 ปี ปัจจุบันมีกลุ่มธุรกิจที่แตกออกไปหลายแขนง ทำให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ มาร่วมกันทำงานเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมา ปตท. ได้ปรับเปลี่ยนองค์กร เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย และยังมีการดูแลพนักงานเป็นอย่างดี และมีสิทธิพิเศษต่าง ๆ มากมาย ที่หลายคนชื่นชอบและสนใจ 3.  LINE ช่องทางติดต่อที่ผู้คนนิยมมากยิ่งสุดในยุคนี้เลยก็ว่าได้  ด้วยชื่อเสียงเรื่องการดูแลพนักงานให้มีความสนิทกัน การออกแบบ ไลฟ์สไตล์การทำงานที่เปิดโอกาสให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และการสร้างกิจกรรมที่ สนุกสนานเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน สำหรับจุดเด่นที่สามารถในการปรับตัวทางด้านเทคโนโลยีเพราะไลน์มีเทคโนโลยีที่สามารถสนับสนุนให้การทำงานยืดหยุ่นได้อย่างไม่มีปัญหา ทำให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้ เป็นอะไรที่หลายๆ คนชื่นชอบมาก […]

วิธีการปรับตัวในการทำงานเมื่อเราเป็นน้องใหม่

วิธีการปรับตัวในการทำงานเมื่อเราเป็นน้องใหม่

สำหรับน้องๆ เรียนจบใหม่ ก็อยากจะหาประสบการณ์โดยการสมัครงานผ่านบริษัทต่างๆ ในตำแหน่งที่เราอยากจะทำ ซึ่งเมื่อถูกเลือกแล้วเราก็จะกลายเป็นน้องใหม่ในการทำงานเลยทันที หรือบางคนเปลี่ยนงานก็เช่นกัน เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้ และพัฒนาตนเองมากขึ้น เราไม่สามารถอยู่กับที่เดิม ตำแหน่งเดิมๆ ไม่มีความก้าวหน้า ทุกคนมักแสวงหาจุดเปลี่ยนที่นำชีวิตเราไปสู่ในทางที่ดีขึ้นเสมอ แต่การใช้ชีวิตในที่ทำงานกเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นปัจจัยส่งผลให้เราสามารถทำงานได้ดี หรือไม่ดี วันนี้เราจะมาบอกเทคนิควิธีปรับตัวในการทำงานเมื่อเราต้องเป็นน้องใหม่  เพียงแค่การกล่าวประโยคสวัสดีสั้นๆ พร้อมรอยยิ้มที่จริงใจ หรือการยกมือไหว้สไตล์แบบไทยของเรา หรือทักทายทำความรู้จักก่อน ก็สามารถสร้างความประทับใจให้กับเพื่อนร่วมงานได้ เพราะคนที่ทำงานใหม่ก็อยากรู้จักคุณเหมือนกัน แค่นี้ความตึงเครียดของการไม่รู้เขารู้เราก็บรรเทาไปเยอะ แล้วก็วางตัวเป็นมิตรกับทุก ๆ คนด้วยการทักทายพูดคุยเรื่องทั่วไป หรือแนะนำตัวว่าเป็นใครมาจากไหน พร้อมฝากเนื้อฝากตัวเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีไว้ก่อนเลย เป็นสิ่งพื้นฐานที่อยากจะให้ทุกคนมี นั่นคือการมีมารยาท สุภาพอ่อนโยน ไม่จำเป็นต้องคิดว่าใครรุ่นพี่ หรือรุ่นน้อง ผู้ใหญ่หรือเด็กกว่า เราควรจะมีมารยาทและให้เกียรติผู้ที่มาก่อนอยู่เสมอ กับผู้ใหญ่วางตัวเป็นเด็กที่ไม่ก้าวร้าว กับรุ่นน้องแสดงมารยาทโดยการทำตัวเป็นที่น่าเคารพนับถือ ไม่วางมาดให้ตนเองดูน่าเกรงขาม การพูดจาก็เช่นกัน สังคมไทยเป็นสังคมที่ชื่นชอบหางเสียง แค่พูดทุกประโยคให้ติดคำว่า ครับ/ค่ะ ก็คงจะไม่ยากจนเกินไป  การคิดบวก จะทำให้มีพลังงานบางอยู่ที่ดึงดูดผู้คนเข้าหาอยูเสมอ หรือการเป็นคนที่เข้ากับคนได้ง่าย ไม่ถืออคติที่มากจนเกินไป ก็สามารถอยู่ร่วมกับที่ทำงานใหม่ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งการที่เราคิดบวกนี้จะทำให้เราเลิกคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องต่างๆ รอบตัวไปเลย  ข้อนี้ต้องใช้การสังเกตเป็นอย่างดี โดยการสังเกตต้องไม่ใช่การจับผิด และค่อยๆ สังเกต ไม่ใช่การจ้องเขม็งจะทำให้ผู้คนรู้สึกอึดอัดใจ การสังเกตในที่นี้หมายถึงว่าให้สังเกตการทำงาน […]

หัวหน้างานแบบไหนที่ลูกน้องรัก

หัวหน้างานแบบไหนที่ลูกน้องรัก

ชีวิตการทำงานมีใครบ้างที่ไม่อยากเจริญก้าวหน้าจนได้เป็นหัวหน้าคน แต่จะมีหัวหน้าสักกี่คนที่ทำให้ลูกน้องรัก และตั้งใจทำงานเพื่อให้องค์สามารถขับเคลื่อนออกไปได้โดยไม่มีความขัดแย้งระหว่างเจ้านายและลูกน้อง วันนี้เรามาดูลักษณะของหัวหน้าที่ลูกน้องรักกันเลย เผื่อว่าใครที่เป็นหัวหน้าอยู่หรือกำลังจะเป็นหัวหน้าในอนาคตจะได้นำไปปรับใช้กันได้ 1. เป็นกลางกับทุกคน หัวหน้าส่วนใหญ่แล้วมักจะเลือกที่รักมักที่ชัง ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้องค์กรนั้นไร้ซึ่งความสามัคคี ดังนั้นเมื่อคุณเป็นหัวหน้าจะต้องมีความเป็นกลางในที่ทำงานอยู่เสมอ ให้ความสนใจกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกับ ไม่ลำเอียงไปทางคนใดคนหนึ่ง หรือในทุกครั้งที่ต้องตัดสินใจอะไรก็ตาม ควรเอาความเป็นกลางเป็นที่ตั้ง  2. ไม่หูเบา เชื่อคนง่าย การเป็นผู้นำของผู้ใต้บังคับบัญชาหลาย ๆ คน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะต้องมีคนนิสัยไม่ดีคอยยุยง เอาความดีใส่ตัวเองและโยนความผิดให้ผู้อื่น การเป็นหัวหน้าที่ดีคุณจะต้องมีความหนักแน่นไม่เชื่อคำพูดใครง่าย ๆ และควรสังเกตพฤติกรรมของบุคคลอื่น ๆ ด้วยว่าแต่ละคนนั้นมีอุปนิสัยอย่างไร 3. มีความเป็นผู้นำ คุณควรโชว์ความเป็นผู้นำให้กับลูกน้องของคุณได้เห็นในทุกกรณี ไม่ว่าจะเรื่องของความรับผิดชอบ ความตรงต่อเวลา ความฉลาดทางความคิดในการทำงาน และฉลาดด้านอารมณ์ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ลูกน้องได้เห็นเป็นต้นแบบ และเกิดความศรัทธาในตัวคุณตามมา 4. ลงมือทำให้เห็น การลงมือทำให้ทุกคนเห็นนั้น เป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดกว่าการไปบอกใครว่า นี่ๆ ทำแบบนี้สิแล้วจะดี แต่ความเป็นจริงแล้ว คนที่เป็นหัวหน้านี่แหละทำตามให้เห็นไปเลยถ้าอยากจะให้ลูกน้องทำอะไรง่ายกว่า 5. ควบคุมอารมณ์เป็น การคุมอารมณ์คือคุณสมบัติพื้นฐานของหัวหน้าที่ดี เพราะไม่มีลูกน้องคนไหนที่อยากจะเจอหัวหน้าที่คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ คนที่ทำงานด้วยจะกดดันมากๆ และแทบจะไม่อยากเจอหน้าเลยล่ะ หรือหากคุณเป็นหัวหน้าแล้วลูกน้องทำผิดจริงๆ อย่าใส่อารมณ์กับลูกน้องแต่คุยด้วยเหตุผลว่าเราอยากจะได้อะไร 6. สนับสนุนและเป็นแรงผลักดันที่ดีให้กับลูกน้อง คนทำงานทุกคนล้วนอยากได้กำลังใจและแรงผลักดันที่ดี […]

เมื่อเรารู้สึกว่าทำงานแล้วไม่มีความสุข ต้องแก้ไขอย่างไร?

เมื่อเรารู้สึกว่าทำงานแล้วไม่มีความสุข ต้องแก้ไขอย่างไร?

เพราะทุกวันนี้ที่เราต้องตื่นไปทำงาน กว่าจะเดินทางไปถึงบริษัท ไหนจะเจอจำนวนงานที่มหาศาล เจ้านายและเพื่อนร่วมงานที่ไม่ค่อยแฮปปีั้เท่าไหร่ และไหนจะเป็นปัญหาที่ต้องพบเจอในแต่ละวันที่เราต้องทำงาน จนทำให้คุณไม่มีความสุขในการทำงานเลย เพราะฉะนั้นวันนี้เราเลยมีวิธีแก้ปัญหากับความรู้สึกนี้ เพื่อให้การทำงานนั้นไปต่อ และมีความสุขกับการทำงาน  4 ปัญหาและวิธีรับมือในการทำงานที่ไม่แฮปปี้ 1. ไม่ชอบหัวหน้า หรือเจ้านาย ไม่ว่าคุณจะทำตำแหน่งไหน บริษัทไหน ต่างก็คาดหวังจะได้เจอหัวหน้าหรือเจ้านายดีๆ ทั้งนั้น แต่ความเป็นจริงอาจต่างจากสิ่งที่เราคาดหวัง เพราะไม่มีใครสมบูรณ์แบบทั้งหมด เพราะฉะนั้นหลายคนต้องทนทำงานต่อไป โดยวิธีรับมือมีดังนี้ 2. ไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน ความสุขในการทำงานหรือแรงจูงใจในการทำงานส่วนหนึ่งคือ เพื่อนร่วมงาน และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งหากเจอเพื่อนร่วมงานที่รู้สึกไม่สบายใจด้วย หรือบางทีไม่ชอบหน้า ก็ทำให้บั่นทอนพลังงานในการทำงานของเราโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน ซึ่งวิธีรับมือสามารถทำได้ดังนี้ 3. ไม่สนุกกับเนื้องานที่ทำ หลายคนอาจเบื่องานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน เพราะรู้ว่างานมันไม่สนุก งานมันซ้ำซาก เริ่มไม่มีความอยากทำงาน ยิ่งทำก็ยิ่งเบื่อ ยิ่งขาดแรงจูงใน ทำให้เราไม่อยากทำงาน อยากจะเขียนใบลาออกหรือต้องการหางานใหม่อยู่เรื่อยๆ สามารถแก้ไขได้ดังนี้ 4. เงินเดือนน้อย เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกว่างานที่ทำอยู่ได้รับเงินเดือนไม่คุ้มค่ากับเนื้องานที่เราลงแรงไป จนทำให้เรารู้สึกเหนื่อยในการทำงาน จะส่งผลทำให้เราไม่มีความสุขกับการทำงานไปโดยปริยาย แต่ต้องแยกให้ออกเสียก่อนว่าได้รับเงินเดือนน้อยจริงๆ หรือแค่รู้สึกไปเอง ซึ่งเราสามารถแก้ไขได้ดังนี้  5. งานหนักจนหมดไฟ ภาวะหมดไฟถือเป็นปัญหาการทำงานที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนมักจะเจอบ่อย โดยเฉพาะกับคนที่ทำ งานหนักเกินไป […]

วิธีแก้อาการ Burnout หรือภาวะหมดไฟ

วิธีแก้อาการ Burnout หรือภาวะหมดไฟ

เชื่อว่ามนุษย์เงินเดือนทุกคนที่ต้องทำงานเป็นประจำ หรือแม้กระทั่งฟรีแลนซ์ที่รับงานนอกทำอยู่เป็นประจำ เชื่อว่าต้องเจอปัญหาภาวะหมดไฟ หรือภาวะ Burnout ซึ่งนับเป็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญอยู่บ่อยครั้ง แต่เราสามารถจัดการปัญหานี้ได้ เพียงแค่เราต้องเข้าใจว่าโรคนี้เป็นอย่างไร แล้ววิธีแก้ไขต้องทำอย่างไร วันนี้เราเตรียมข้อมูลมาให้คุณแล้ว  ทำความเข้าใจภาวะหมดไฟ หรือ Burnout กันก่อน  ภาวะหมดไฟ (ฺBurnout) คือ ภาวะการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจที่มีผลมาจากความเครียดเรื้อรังในการทำงาน และไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยภาวะหมดไฟ สามารถแบ่งลักษณะออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้  โดยหลักๆ แล้วสัญญาณเตือนของภาวะหมดไฟในการทำงาน โดยเราสามารถสังเกตจากอารมณ์ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกหดหู่ ซึมเศร้า หงุดหงิดง่าย อารมณ์​แปรปรวน ส่วนทางความคิดจะมองคนอื่นในแง่ลบแง่ร้าย โทษคนอื่นเสมอ ระแวง หนีปัญหา ไม่จัดการปัญหา ด้านพฤติกรรม ขาดความกระตือรือร้น ไม่อยากตื่นไปทำงาน บริหารจัดการเวลาไม่ได้ ไม่มีสมธิในการทำงาน ไม่มีความสุขในการทำงาน   วิธีจัดการกับภาวะหมดไฟ หรือ Burnout การแก้ไขปัญหาภาวะหมดไฟขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการของแต่ละบุคคล แต่มีบางวิธีทั่วไปที่สามารถช่วยลดอาการหรือป้องกันการเกิดภาวะหมดไฟได้ดังนี้ หากมีอาการของภาวะหมดไฟที่เรื้อรัง ใช้วิธีการที่แนะนำไปแล้วยังไม่ช่วยให้หาย แนะนำให้รีบไปปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมองเพื่อการวินิจฉัยและการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อให้คุณหมดปัญหาเรื่องภาวะหมดไฟ เพื่อให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีความสุข และสุขภาพจิตใจก็แข็งแรง

เช็คลิสต์สิ่งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตการทำงานของคุณง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

เช็คลิสต์สิ่งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตการทำงานของคุณง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

จะดีกว่าไหม หากชีวิตการทำงานของคุณง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยการจัดการกับชีวิตการทำงานของคุณ และหากคุณอยากมีชัวิตการทำงานที่ดีมีความสุข คุณต้องห้ามพลาดบทความนี้เลย เพราะบทความนี้เรามีสิ่งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตการทำงานของคุณง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นมาฝากเพื่อนๆ กัน เช็คลิสต์สิ่งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตการทำงานของคุณง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และสิ่งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตการทำงานของคุณง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ข้อสุดท้าย คือ หาวันและเวลาของตัวเราเอง บางครั้งเราก็ต้องการวันที่ไม่ต้องมีอะไรมาผูกมัดเรา ใช้เวลาสักวันนึงสําหรับการพักผ่อนให้เต็มที่ และท๊ากิจกรรมที่มันจะทําให้เราผ่อนคลายนั่นเอง

Work Life แบบคนยุคใหม่ แต่ประสิทธิภาพงานยังคงดีเหมือนเดิม

Work Life แบบคนยุคใหม่ แต่ประสิทธิภาพงานยังคงดีเหมือนเดิม

บทความนี้เรามีวิธีการ Work Life แบบคนยุคใหม่ แต่ประสิทธิภาพงานยังคงดีเหมือนเดิมมาฝากเพื่อนๆ ชาวแก๊งทำงานเป็นบ้าเป็นหลังกัน ซึ่งวิธีการ Work Life แบบคนยุคใหม่ แต่ประสิทธิภาพงานยังคงดีเหมือนเดิมที่เรานำมาฝากเพื่อนๆ ชาวแก๊งทำงานเป็นบ้าเป็นหลังจะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาดูพร้อม ๆ กันที่ด้านล่างของบทความนี้กันเลย กับบทความที่มีชื่อว่า Work Life แบบคนยุคใหม่ แต่ประสิทธิภาพงานยังคงดีเหมือนเดิมนั่นเอง Work Life แบบคนยุคใหม่ แต่ประสิทธิภาพงานยังคงดีเหมือนเดิม และทั้งหมดนี้ ก็คือ วิธีการ Work Life แบบคนยุคใหม่ แต่ประสิทธิภาพงานยังคงดีเหมือนเดิมนั่นเอง ทั้งนี้ทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลความรู้เหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะ

5 วิธีรับมือกับเพื่อนร่วมงาน Toxic อย่างไรให้อยู่หมัด

5 วิธีรับมือกับเพื่อนร่วมงาน Toxic อย่างไรให้อยู่หมัด

เชื่อว่าทุกบริษัท ทุกองค์กร จะต้องเจอสังคมแบบร้อยพ่อพันแม่ เจอทั้งเพื่อนร่วมงานที่ดีมากๆ และเพื่อนร่วมงานที่แย่มากๆ แย่ไม่พอแถมยัง Toxic อีก ซึ่งทำให้การทำงานของเราบางวันรู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้ ปวดหัว และต้องหาวิธีรับมือกับปัญหาเพื่อนร่วมงานคนนี้อยู่เสมอๆ จนบางทีกระทบต่อการทำงานของเราไปสักงั้น ดังนั้นวันนี้เราเลยมีวิธีรับมือเพื่อนร่วมงาน Toxic มาฝาก ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย  รับมือเพื่อนร่วมงาน Toxic อย่างไรให้ได้ผล ความอดทนช่วยได้  การเผชิญหน้ากับปัญหาในการทำงาน ต้องการความอดทนแข็งแกร่งในตัวเราเอง เมื่อเราสามารถเผชิญหน้ากับปัญหาได้อย่างมั่นคงและไม่ประมาท การจัดการกับเพื่อนร่วมงานที่พบปัญหาก็จะเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการโต้แย้งและการตอบโต้กันอาจเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งในที่สุด ดังนั้น เราควรตั้งใจในการทำงานของเราเองให้ดีที่สุด และพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะค้างคาวกับเพื่อนร่วมงาน เพราะมันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงการอดฉิวฉีดกัน และไม่ใช่เวลานานคนที่ดีแล้วก็จะยอมแพ้กับตนเองและไม่กลั่นแกล้งคุณต่อไป เมื่อเรามีความอดทนแข็งแกร่ง เราสามารถก้าวข้ามปัญหาไปได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นกับเพื่อนร่วมงานหรือบุคคลใดก็ตาม ขจัดอคติเพื่อปรับความเข้าใจใหม่ ถ้าคุณรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับเพื่อนร่วมงานที่คุณมองเห็นว่าเขาไม่ดีตามมุมมองของคุณ บางครั้งอาจเป็นเพราะคุณมีความเคยชินกับเขาอยู่บ้างแล้ว อาจจะมีการเข้าใจผิดขึ้นทั้งสองฝ่ายและไม่ได้พยายามเข้าใจกัน ไม่ยอมทำความเข้าใจและแก้ไขกันให้เข้าใจกันได้ ดังนั้น แนะนำให้ล้างความเคยชินในใจออกไปก่อน แล้วลองมาเข้าใจเขาใหม่ด้วยความสงบและอารมณ์เย็น ต้องมีการจัดการด้วยการพูดคุยที่สุภาพและเหตุผล ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะหายไปโดยไม่ต้องทำอะไรเลย อย่างไม่น่าเชื่อก็เป็นได้ เลิกนิสัยขี้ซุบซิบนินทา การหลีกเลี่ยงกลุ่มสนทนาที่ชอบจับกลุ่มนั่งนินทากันในที่ทำงานไม่ใช่สิ่งที่ง่ายอย่างที่คิด คุณควรหลีกเลี่ยงเช่นนี้เพราะมันอาจทำให้ตัวคุณถูกนินทาหรือถูกมองในแง่เสียหาย การนินทากันส่วนใหญ่จะไม่มีประโยชน์และอาจจะเต็มไปด้วยเรื่องไร้สาระและความอคติเกลียดชัง ดังนั้นแนะนำให้หลีกเลี่ยงการนั่งนินทากันและหากเห็นว่ามีเรื่องที่ไม่พอใจหรืออารมณ์ไม่ดีให้เก็บไว้ก่อนแล้วนำไประบายกับเพื่อนร่วมงานที่ไม่ได้ทำงานในองค์กรเดียวกัน เพราะสิ่งนี้อาจทำให้คุณสบายใจและช่วยสร้างมิตรภาพที่ดีกับเพื่อนร่วมงานในองค์กรเดียวกันได้อีกด้วย ปรึกษารุ่นพี่หรือหัวหน้างานของคุณพร้อมกัน ถ้ามีปัญหาขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน และไม่สามารถเจรจาหรือตกลงกันได้ […]

Work Life Balance

Work Life Balance คืออะไร ทำอย่างไรให้ทำงานอย่างมีความสุข

การทำงานอย่างมีความสุข คือสิ่งที่เหล่ามนุษย์เงินเดือน วัยทำงานต่างใฝ่ฝันให้เกิดขึ้นในชีวิต เพราะทุกวันนี้แค่ทำงานอย่างเดียวก็มีความเครียด ความเร่งรีบ ความวิตกกังวลต่อการทำงาน ในจะเป็นการพบเจอเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างานที่ไม่ถูกใจ จนทำให้หลายคนท้อแท้ต่อการทำงาน และอยากสร้าง Work life Balance ให้ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาทำความรู้จัก Work life Balance กันดีกว่า  ทำความรู้จัก Work Life Balance  Work Life Balance หมายถึงการสร้างสมดุลในการใช้ชีวิตระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว โดยที่คนที่มี Work Life Balance ดีจะสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูง พร้อมกับมีชีวิตส่วนตัวที่มั่นคงและมีคุณภาพดีเช่นกัน การมี Work Life Balance ที่ดีสามารถช่วยลดความเครียด ป้องกันการเจ็บป่วย ส่งเสริมสุขภาพจิตและสร้างความสุขในชีวิตประจำวันได้ด้วย ทั้งนี้ Work Life Balance มีประโยชน์ดังนี้  วิธีสร้าง Work Life Balance 

ทำความรู้จักกับการ Work life balance และการทำงานแบบ Work-Life Harmony แบบได้ผลงานดี

ทำความรู้จักกับการ Work life balance และการทำงานแบบ Work-Life Harmony แบบได้ผลงานดี

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ Work life balance ซึ่ง Work life balance คือ การสร้างสมดุลในการใช้ชีวิตระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว เพื่อให้ได้รับประสิทธิภาพการทำงานที่ดีและสุขภาพที่ดีของจิตและร่างกาย การทำงานเป็นส่วนสำคัญของชีวิตของเรา แต่การทำงานที่เกินจะส่งผลต่อสุขภาพของเรา ทั้งทางกายและจิตใจ หากไม่มีการสร้างสมดุลในการใช้ชีวิต อาจจะทำให้เรามีอาการเหนื่อยล้า ไม่มีความสุข และเสียโอกาสในการพัฒนาความสามารถของตนเอง นอกจากนี้ การมี Work Life balance ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวและเพื่อน ช่วยลดความเครียดและเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางสุขภาพ และช่วยให้เรามีชีวิตที่มีคุณภาพและมีความสุขมากยิ่งขึ้น รวมวิธีการทำงานแบบ Work-Life Harmony แบบได้ผลงานดี วิธีการทำงานแบบ Work-Life Harmony แบบได้ผลงานดี มีทั้งหมด 3 วิธีการง่ายๆ ด้วยกัน นั่นก็คือ และทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็คือ การพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับการ Work life balance และการทำงานแบบ Work-Life Harmony แบบได้ผลงานดีนั่นเอง ทั้งนี้ทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับการ Work life balance […]